คุณยายเลียบ ณ หมู่บ้านสิงขรสุวรรณคีรี เมืองตะนาวศรี พม่าใต้

คุณยายเลียบ ณ หมู่บ้านสิงขรสุวรรณคีรี เมืองตะนาวศรี พม่าใต้

     ในการเดินทางของแต่ละครั้ง เรามักจะมีคนที่ให้จดจำอยู่เสมอ การได้พบกับใครสักคน สำหรับผมแล้วเป็นเรื่องอัศจรรย์อย่างยิ่ง ถ้าเป็นความเชื่อของชาวพุทธ ก็คงเป็นเพราะเราเคยร่วมทำบุญด้วยกันมาในชาติปางก่อน ทุกครั้งของการเดินทาง ผมได้พบปะผู้คนมากหน้าหลายตา แต่มีเพียงไม่กี่คน ที่ผมสามารถจดจำได้เวลาที่กลับมาถึงบ้าน....และแม้เวลาจะผ่านล่วงนานไปมากแค่ไหน เค้าก็ยังคงอยู่ในลิ้นชักความทรงจำของผมเมื่อนึกถึงสถานที่แห่งนั้น นั่นคือเค้าละ...คนที่พิเศษสุดสำหรับการเดินทางของผมในครั้งนั้น และนี่คือเรื่องราวมิตรภาพระหว่างผมกับคุณยายเลียบที่หมู่บ้านสิงขรสุวรรณคีรี ณ เมืองตะนาวศรี พม่าตอนใต้....


     คุณยายเลียบ ในวัย 73  ย่าง 74  ในปีนี้ (2560) ยังคงอยู่ดีมีสุข ร่างกายยังคงแข็งแรง หน้าชื่นตาบาน ดูสดใสทุกครั้งที่ผมแวะเวียนพาญาติพี่น้องจากฝั่งไทยไปเยี่ยมเยียน ผมไม่เคยนัดหมายคุณยายให้ต้องมารออยู่ใต้ถุนบ้าน เวลาที่พาคณะทัวร์มาที่หมู่บ้านสิงขรสุวรรณคีรีแห่งนี้ แต่ผมมักจะเห็นคุณยายนั่งอยู่ตรงนั้นเสมอเวลาที่ผมกับคณะทัวร์มาถึง เมื่อผมเห็นแก สิ่งหนึ่งที่ย้ำเตือนผมเสมอคือหญิงชราคนหนึ่งที่ให้กำเนิดผมและเพราะการงานจึงทำให้เราสองคนจำต้องอยู่ห่างกัน ผมเห็นแววตาของยายเลียบที่อ่อนโยน และรอยยิ้มดีใจที่ได้พบกันอีกครั้ง ยิ่งทำให้ผมนึกถึงคนทางบ้านที่ยู่ไกลแสนไกลมากขึ้น บ้านของคุณยายเลียบอยู่ใกลักับวัดสิงขรวราราม นั่นจึงเป็นเหตุให้ผมได้มาพบตะแกในสายวันหนึ่งของกาลต้นฝนเมืองสองปีที่แล้ว....



     วันแรกที่พบกันผมก็สอบถามเรื่องราวของคนไทยในหมู่บ้านแห่งนี้ราวกับนักข่าวสัมภาษณ์บุคคลเพื่อลงคอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ แกก็ร่ายชื่อหมู่บ้านคนไทยพลัดถิ่นในถิ่นแถวนั้นมาเสียยาวเหยียด เช่น หมู่บ้านสงขลา หมู่บ้านมุโพรง หมู่บ้านลำปะเทง หมู่บ้านสองช่อง และหมู่บ้านทองหลาง เป็นต้น แล้วก็บอกว่า อยู่ทางนี้ พม่าก็ว่าคนไทย ไปอยู่ทางไทย ตำรวจไทยบอกพม่า ทั้งๆ ที่พูดไทยได้ จะไปอยู่ไทยก็ไม่มีที่ดินทำกิน ไม่มีเงินซื้อ อยู่สิงขรมีที่ดินบรรพบุรุษให้ทำกิน มีญาติพี่น้อง เราเป็นคนไทยเหมือนกันหัวใจเป็นไทยอยู่ หลังจากฟังแกพูดแล้ว ผมรู้สึกใจหายคล้ายมีก้อนสะอึกมาจุกตรงคอ ด้วยเหตุผลทางการเมืองและการปกครองยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ยุคอาณานิคม และช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง จึงทำให้พวกเขากลายเป็น คนพม่าเชื้อสายไทย ตกค้างอยู่ในดินแดนแห่งนี้ ยายเลียบพูดภาษาไทยเหมือนคนไทยปักษ์ใต้ บ้างก็ว่ามีสำเนียงคล้ายกับคนบางสะพานที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 



ผมรู้สึกอบอุ่นหัวใจทุกครั้งที่ได้กลับมาเยี่ยมเยียนแกที่หมู่บ้านสิงขรสุวรรณคีรี ถ้าไม่มีเส้นเขตแดนกั้น คนในหมู่บ้านแห่งนี้ก็คนไทยดีๆ เรานี่เอง ทุกครั้งที่ได้กลับมาเยี่ยมเยียนคุณยายเลียบ ความรู้สึกของผมเหมือนได้กลับมาหาญาติผู้ใหญ่ที่เคารพท่านหนึ่ง ผมสัมผัสได้ว่าเวลาที่เราเดินทางไปกับความคิด ความรู้สึก และให้เวลาความคิด ความรู้สึกเดินทางไปกับเรา เราจะได้เจอกับอะไรที่ตามหามานานหรือหล่นหายไปนานก็เป็นได้ เฉกเช่น คุณยายเลียบที่ทำให้ผมสัมผัสได้ถึงวันชื่นคืนสุขของช่วงชีวิตในวัยเยาว์ที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับแม่ การเดินทางของความคิดและความรู้สึกที่ตกตะกอนและเติบโตขึ้นจากการเดินทางจึงเป็นสิ่งมีค่าที่สุดสิ่งหนึ่งที่การเดินทางมอบให้เรา



20 มีนาคม 2560



หนุ่มนักเดินทาง บ้านๆ เซอร์ๆ ติดดิน คนหนึ่ง หลงเสน่ห์พม่าจนไม่อยากกลับบ้าน ออกเดินทางตั้งแต่เหนือจรดใต้ ตะวันออกสู่ตะวันตก สะพายเป้ใบเขื่องหนึ่งใบและสมุดโน๊ตพร้อมปากกาหนึ่งชุด ดั้นด้นค้นหาเรื่องราวความประทับใจในดินแดนแปลกใหม่และมิตรภาพของคนแปลกหน้าบนเส้นทางที่เดินผ่าน

Share this

Latest
Previous
Next Post »