ตำนานปราบยักษ์เมืองตะนาวศรี มะริด

รูปภาพ
ตำนานปราบยักษ์เมืองตะนาวศรี มะริด 

กษัตริย์เบียวสักกะเปะ (เกียรติศักกติ) ปกครองเมืองอองตาวระอยู่ใกล้แม่น้ำตะนาวศรีทางด้านเมืองทวาย พระองค์มีมเหสีห้าองค์ โดยที่มเหสีองค์ที่ห้านั้นเป็นนางยักษ์ปลอมตนมา นางยักษ์อิจฉาที่มเหสีองค์อื่นๆ มีโอรสกับกษัตริย์ เมื่อมเหสีองค์ที่หนึ่งถึงสามประสูติโอรสมาจึงได้แอบจับไปกิน แถมยังควักลูกตาของมเหสีทั้งหลายไปซ่อนไว้ด้วย เมื่อมเหสีองค์ที่สี่ทราบว่าพระนางตั้งครรภ์จึงได้หนีออกจากเมืองปลอมตนไปอาศัยอยู่ในชนบท 


เมื่อประสูติพระโอรสและเลี้ยงดูจนเจริญชันษาแล้ว จึงได้พากลับเข้าเมืองไปถวายตัวต่อกษัตริย์เบียวสักกะเปะ พระองค์โปรดปรานพระราชโอรสมาก พระราชทานนามว่า มหาตะมะยาซา (มหาธรรมราชา) นางยักษ์รู้สึกอิจฉาจึงคิดอุบายกราบทูลกษัตริย์ว่าคิดถึงบ้านเมืองจะขอกลับบ้านที่เมืองปะลอ กษัตริย์ไม่ให้ไป นางจึงขอให้เจ้าชายมหาตะมะยาซาไปส่งสารแททนความคิดถึงของนางไปยังบิดามารดาตนที่เมืองปะลอ กษัตริย์ทรงมีพระราชานุญาตให้เจ้าชายไปทำหน้าที่นี้โดยไม่รู้ว่าในสารนั้นเขียนว่าเมื่อเจ้าชายไปถึงให้ชาวเมืองยักษ์จับกินทันที 

เจ้าชายเดินทางไปถึงบริเวณที่เป็นเมืองมะริดปัจจุบันนี้ และเอาม้าผูกไว้ที…

อาหารการกินที่พม่าใต้


อาหารการกินของคนพม่าใต้ จะมีรสเปรี้ยวและเค็มนิดๆ แต่ก็อร่อย ไม่เลี่ยนมากเหมือนอาหารพม่าทางภาคอื่นๆ 

    

มื้อเที่ยงวันนี้เรามียำผักเหลียง, ซุปหอยตลับ, ปลาทูทอด, ปลาหมึกทอดกรอบ, และที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับเมนูอาหารของคนทางภาคตะนาวศรีก็คือ น้ำพริกกะปิกับผักสดๆ จากสวนครัว น้ำพริกของคนทางพม่าใต้ เค้าจะไม่ใส่ปลาร้าเหมือนกับทางย่างกุ้ง แต่จะเปรี้ยวจี๊ดสมเป็นอาหารใต้ของจริง

ทำไมคนพม่าไม่อ้วน?

อาจเป็นเพราะอาหารการกินของเค้าที่ไม่ใส่น้ำตาล และกะทิ รสชาติไม่หวาน เมนูอาหารก็ง่ายๆ เช่น ยำผัก และน้ำพริก ที่สำคัญคนพม่าเค้ากินข้าวแล้วก็เดินไปโน่นนี่นั่น ได้เผาผลาญแคลลอรี่อยู่ตลอดเวลา หลังการทานอาหารเค้าก็จะไม่นิยมบริโภคน้ำเย็น หรือน้ำแข็ง แต่กินชาร้อนที่เรียกว่า 'เหย่นุยจา' และตบท้ายด้วยของทานเล่นอย่าง 'ละแพ๊ะโต๊ะ' หรือ 'ยำถั่ว' นั่นเอง และเค้าจะทำอาหารแค่มื้อเดียวแต่กินได้ทั้งวัน

                                                                          'ละแพ๊ะโต๊ะ' หรือ 'ยำถั่ว'

ร้านน้ำชากับวิถีชีวิตยามเช้าของคนพม่าใต้


ร้านน้ำชาเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชาวพม่าในยามเช้าก่อนการออกไปทำงานหรือทำกิจวัตรใดๆ เค้าจะพากันมานั่งกินชานมร้อน หรือที่เรียกว่า ละพะเหย่ กับปาท่องโก หรือ อีจะก๊วยหรือทานกับโรตีโอ่ง หรือที่เรียกว่า นาเปีย ส่วนอาหารของคนทางพม่าใต้ก็จะเป็น กาจีไก่ ซึ่งมีหน้าตาคล้ายกับผัดไทย มีใส่ถั่ว พริก และถั่วงอก (คนพม่าชอบกินถั่ว และถั่วเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศพม่า) เมนูอาหารนี้มีเฉพาะในพม่าตอนใต้เท่านั้น นอกจากนั้นก็จะมีขนมจีนหยกกล้วย หรือที่เรียกว่า โมฮิงก่า แต่ที่เมืองทวาย จะมีเมนูขนมจีนอีกแบบหนึ่ง เรียกว่า โมลาโต๊ะ ซึ่งก็จะไม่เหมือนโมฮิงก่าสักเท่าไหร่ และที่หาทานได้ทั่วไปที่ร้านน้ำชาพม่าก็คือ โอโน๊ะเคาซเว หรือ ข้าวซอยเหมือนกับทางภาคเหนือของไทย และข้าวผัดแบบพม่าที่เรียกว่า ทะมินจ่อ

                                          ชานมร้อน หรือที่เรียกว่า ละพะเหย่ กับปาท่องโก หรือ อีจะก๊วย 

วิถีชีวิตและอาหารการกินเหล่านี้ล้วนเป็นเสน่ห์ที่น่าหลงใหล วิถีชีวิตของชาวพม่าใต้นั้นเงียบสงบ ไม่ต้องดิ้นรนอะไรมากมายเพราะในน้ำมีปลา ในนามีข้าว เราตื่นเช้าขึ้นมาท่ามกลางสังคมที่ไม่ต้องรีบเร่ง อยู่ใกล้กับธรรมชาติ มีอากาศดีๆ ให้ได้สัมผัส ช่วงนี้ที่นี่ฝนตกทุกวัน อากาศจึงไม่ร้อน เวลาเห็นเพื่อนๆ ในเฟสบ่นว่าอากาศร้อน เราก็รู้สึกว่าคนที่นี่โชคดี ไม่ต้องซื้อแอร์มาติดที่บ้าน ไม่ต้องตกใจกับค่าไฟที่สูงลิบลิ่ว ที่นี่ลมพัดเย็นสบาย ตลอดทั้งวัน

24 พ.ค. 2562


โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเดินทางไปทวาย

ทวาย...การเดินทางสู่ทะเลอันดามันที่ใกล้กรุงเทพฯ มากที่สุด

ทวาย ทะแว บ้านเมืองที่กำลังเปลี่ยนไป