ตำนานปราบยักษ์เมืองตะนาวศรี มะริด

รูปภาพ
ตำนานปราบยักษ์เมืองตะนาวศรี มะริด 

กษัตริย์เบียวสักกะเปะ (เกียรติศักกติ) ปกครองเมืองอองตาวระอยู่ใกล้แม่น้ำตะนาวศรีทางด้านเมืองทวาย พระองค์มีมเหสีห้าองค์ โดยที่มเหสีองค์ที่ห้านั้นเป็นนางยักษ์ปลอมตนมา นางยักษ์อิจฉาที่มเหสีองค์อื่นๆ มีโอรสกับกษัตริย์ เมื่อมเหสีองค์ที่หนึ่งถึงสามประสูติโอรสมาจึงได้แอบจับไปกิน แถมยังควักลูกตาของมเหสีทั้งหลายไปซ่อนไว้ด้วย เมื่อมเหสีองค์ที่สี่ทราบว่าพระนางตั้งครรภ์จึงได้หนีออกจากเมืองปลอมตนไปอาศัยอยู่ในชนบท 


เมื่อประสูติพระโอรสและเลี้ยงดูจนเจริญชันษาแล้ว จึงได้พากลับเข้าเมืองไปถวายตัวต่อกษัตริย์เบียวสักกะเปะ พระองค์โปรดปรานพระราชโอรสมาก พระราชทานนามว่า มหาตะมะยาซา (มหาธรรมราชา) นางยักษ์รู้สึกอิจฉาจึงคิดอุบายกราบทูลกษัตริย์ว่าคิดถึงบ้านเมืองจะขอกลับบ้านที่เมืองปะลอ กษัตริย์ไม่ให้ไป นางจึงขอให้เจ้าชายมหาตะมะยาซาไปส่งสารแททนความคิดถึงของนางไปยังบิดามารดาตนที่เมืองปะลอ กษัตริย์ทรงมีพระราชานุญาตให้เจ้าชายไปทำหน้าที่นี้โดยไม่รู้ว่าในสารนั้นเขียนว่าเมื่อเจ้าชายไปถึงให้ชาวเมืองยักษ์จับกินทันที 

เจ้าชายเดินทางไปถึงบริเวณที่เป็นเมืองมะริดปัจจุบันนี้ และเอาม้าผูกไว้ที…

พม่าตอนใต้ไดอารี่ ตอน: ถอนสมอและออกเดินทางสู่พม่าตอนใต้


ผมชอบประโยคหนึ่งของ มาร์ค ทเวน นักเขียนชื่อดังชาวอเมริกันที่กล่าวว่า
"ยี่สิบปีหลังจากนี้ คุณจะผิดหวังกับสิ่งที่ไม่ได้ทำมากกว่าสิ่งที่ได้ทำลงไป เพราะฉะนั้น ถอนสมอและเดินเรือออกจากน่านน้ำที่ปลอดภัย ปล่อยใจไปตามลมที่พัดพา จงสำรวจ จงฝัน และจงค้นพบ"
ประโยคดังกล่าวกระตุ้นต่อมอยากออกเดินทางของผม จนเป็นเหตุผลของการถอนสมอและเดินเรือออกสู่พม่าตอนใต้เมื่อปลายปี พ.ศ. 2556 โดยมีจุดเริ่มต้นที่เมืองทวาย พม่าตอนใต้

ทำไมต้องไปทวาย


ในปีนั้นสื่อไทยต่างจับตามองโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายที่เป็นความร่วมมือระหว่างไทยกับพม่าอย่างใกล้ชิด และมีการประกาศเปิดจุดผ่านแดนถาวรบ้านพุน้ำร้อนเพื่อรองรับการเชื่อมต่อถนนจากท่าเรือน้ำลึกทวาย เพื่อนผมคนหนึ่งจึงชักชวนให้ไปสำรวจทวายและด่านน้องใหม่บ้านพุน้ำร้อน ด้วยความแปลกใหม่ของสถานที่ ผมจึงไม่ลังเลใจที่จะออกไปตะลุยโลกสู่ดินแดนแห่งนี้

ในเช้าวันเดินทางแห่งกาลต้นหนาวของปี พ.ศ. 2556 สายหมอกลอยอ้อยอิ่งไปทั่วบริเวณด่านพุน้ำร้อน ต. บ้านเก่า อ. เมือง จ. กาญจนบุรี หมอกขาวฟุ้งกระจายราวกับในฝัน อากาศในปีนั้นหนาวเย็นบาดเยือก ผมกระชับเสื้อกันหนาวให้แน่นยิ่งขึ้น แล้วรีบเอาเป้ใบเขื่องโยนขึ้นท้ายรถตู้ Toyota Super Custom พร้อมออกเดินทางสู่ทวายโดยมีเพื่อนร่วมทริปนี้อีกสามคน

รถเราวิ่งโขยกเขยกไปตามถนนลูกรังที่บริษัทอิตาเลียนไทยได้สร้างไว้ เส้นทางขรุขระ รถกระเด้งกระดอน หัวสั่นหัวคลอนไปตามๆ กัน ผ่านหมู่บ้านกะเหรี่ยงที่ตั้งอยู่อย่างกระจัดกระจาย, ผ่านแม่น้ำตะนาวศรีที่มีวิวทิวทัศน์สวยงาม และรถก็วิ่งลัดเลาะไปถามขุนเขาที่ปกคลุมด้วยป่าตะนาวศรีที่มีทั้งป่าโปร่งและป่าทึบไม้สูง จากนั้นรถเราก็มาจอดตรงด่านทหารกะเหรี่ยง หนุ่มโชเฟอร์ผมหยิกหยองรีบลงจากรถเพื่อไปจ่ายค่าผ่านทาง ด้วยเส้นทางนี้อยู่ในเขตดูแลของสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยงเคเอ็นยู (KNU: The Karen National Union) ขับมาอีกสักพัก รถของเราก็วิ่งเข้าสู่เส้นทางที่เป็นถนนลาดยาง วิวทิวทัศน์เริ่มแปลกตาไปอีกสักนิด เริ่มเห็นสวนผลไม้ สวนต้นมะม่วงหิมพานต์ สวนยางพารา และที่เห็นเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ก็คือ สวนหมาก นั่นเอง


ถนนช่วงที่สองเริ่มเห็นหมู่บ้านและชุมชนชาวพม่ามากขึ้นซึ่งคนที่นี่เรียกตัวเองว่า ‘ดะแว’ สังเกตได้จากตัวอาคารบ้านเรือนของชาวดะแวที่จะมีหอนัตหรือหิ้งพระยื่นออกมาจากตัวบ้านตามคติความเชื่อที่ว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือนัตนั้นจะไม่อยู่ร่วมชายคาเดียวกับปุถุชนคนธรรมดาซึ่งยังมีกิเลสอยู่ ดังนั้นจึงต้องทำแยกออกมาต่างหาก ซึ่งผิดกับบ้านของชาวกะเหรี่ยงที่จะไม่มีหอนัตเพราะชาวกะเหรี่ยงส่วนใหญ่ในพื้นที่เขตนี้นับถือศาสนาคริสต์ เราจึงเห็นโบสถ์คริสต์ตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้าน รถของเราวิ่งข้ามสะพานเหล็กยาวประมาณ 10 เมตร สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1915 สมัยที่พม่าอยู่ภายใต้อาณานิคมอังกฤษและตรงหัวสะพานเขียนว่า ‘Burma Province’ เพราะในสมัยนั้นพม่าถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของอินเดีย ถนนช่วงที่สองนั้นลาดยางขนาด 2 ช่องจราจรตลอดสาย แต่พื้นผิวไม่ราบเรียบเสมอกัน และเส้นทางก็คดเคี้ยวไปตามเนินเขา นับโค้งได้สูสีไม่แพ้เส้นทางสู่แม่ฮ่องสอน ทำให้รถโยกเยกโคลงเคลง บางช่วงก็ยังทำถนนอยู่ เห็นแรงงานชาวพม่าซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงกำลังนั่งเรียงหินกันอย่างขะมักเขม้นซึ่งเป็นการทำถนนแบบดั้งเดิมสืบทอดกันมาอย่างยาวนาน บางช่วงก็เห็นมีเครื่องจักร เช่น พวกรถบดถนนมาช่วยผ่อนแรงอีกทาง



เวลาผ่านไปราว 5 ชั่วโมง ทิวทัศน์นอกหน้าต่างรถ ค่อยๆเปลี่ยนจากเส้นทางลดเลี้ยวขึ้นเขาลงเขา กลายมาเป็นทุ่งนากว้างไกลเขียวขจี และทิวต้นตาลสูงใหญ่ กระจัดกระจายเต็มทั่วท้องทุ่ง จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นตึกอาคารและบ้านไม้ที่มีทั้งบ้านไม้ยกพื้นสูงฉลุลายไม้ขนมปังขิงและบ้านอิฐสองชั้นหรือชั้นเดียว นี่ก็แสดงว่า เรามาถึงเมืองทวายแล้ว.

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเดินทางไปทวาย

ทวาย...การเดินทางสู่ทะเลอันดามันที่ใกล้กรุงเทพฯ มากที่สุด

ทวาย ทะแว บ้านเมืองที่กำลังเปลี่ยนไป